พานักเรียนไปทัศนศึกษาต่างประเทศ เริ่มอย่างไร? คู่มือครบทุกขั้นตอนสำหรับครู สพฐ.

เช็คลิสต์ จัดทริปทัศนศึกษาต่างประเทศ
เช็คลิสต์ จัดทริปทัศนศึกษาต่างประเทศ

สำหรับคุณครูที่กำลังคิดอยากจัดทริปพานักเรียนไปทัศนศึกษาต่างประเทศเป็นครั้งแรก เรื่องนี้อาจดูเป็นงานใหญ่และมีรายละเอียดหลายส่วนที่ต้องดูแลพร้อมกัน ตั้งแต่การเลือกประเทศ วางโปรแกรม ติดต่อบริษัททัวร์ ขออนุญาตผู้บริหารและหน่วยงานต้นสังกัด รับสมัครนักเรียน สื่อสารกับผู้ปกครอง ไปจนถึงการจัดเก็บค่าใช้จ่ายและเตรียมเอกสารก่อนเดินทาง

หลายครั้งคุณครูอาจมีไอเดียที่ดี อยากเปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรู้นอกห้องเรียน ได้ใช้ภาษา ได้เห็นโลกกว้าง และได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ ๆ แต่เมื่อต้องเริ่มลงมือจริง คำถามแรกที่มักเกิดขึ้นคือ “ควรเริ่มจากตรงไหนก่อน”

บทความนี้จึงรวบรวมขั้นตอนการเตรียมทริปนักเรียนต่างประเทศสำหรับโรงเรียนรัฐบาลในสังกัด สพฐ. ให้เป็นลำดับที่เข้าใจง่าย ตั้งแต่การกำหนดกรอบโครงการ การจัดหาบริษัททัวร์ การขออนุญาตตามระเบียบ การรับสมัคร การขอความยินยอมจากผู้ปกครอง การจัดเก็บค่าทริป ไปจนถึงการเตรียมความพร้อมก่อนออกเดินทาง เพื่อให้คุณครูสามารถเห็นภาพรวมของงานทั้งหมดและวางแผนได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

สำหรับโรงเรียนในสังกัด สพฐ. การเดินทางไปต่างประเทศจัดอยู่ในประเภท “การพานักเรียนไปนอกราชอาณาจักร” จึงต้องดำเนินการขออนุญาตตามระเบียบก่อนเดินทาง การเริ่มต้นอย่างเป็นระบบตั้งแต่ช่วงแรกจะช่วยให้คุณครูจัดเตรียมเอกสารได้ครบ ลดการแก้ไขงานซ้ำ และทำให้การประสานงานกับโรงเรียน ผู้ปกครอง บริษัทผู้จัดทริป และหน่วยงานต้นสังกัดเป็นไปอย่างราบรื่นมากขึ้น

ในทางปฏิบัติ คุณครูผู้รับผิดชอบต้องดำเนินงานหลายส่วนควบคู่กัน ได้แก่

  1. จัดทำแนวคิดและโครงการ
  2. ขอโปรแกรมและราคาจากบริษัททัวร์
  3. ขอความเห็นชอบจากผู้บริหารโรงเรียน
  4. ดำเนินการตามขั้นตอนของโรงเรียนและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
  5. ประชาสัมพันธ์และรับสมัครนักเรียน
  6. ขอหนังสือยินยอมจากผู้ปกครอง
  7. จัดเก็บค่าทริปตามระบบที่โรงเรียนกำหนด
  8. รวบรวมเอกสารนักเรียนและดำเนินการเรื่องวีซ่า
  9. จัด Trip Orientation ก่อนเดินทาง
  10. ตรวจสอบความพร้อมและเอกสารทั้งหมดก่อนออกเดินทาง

ขั้นตอนที่ 1 กำหนดกรอบโครงการให้ชัดเจนก่อนติดต่อบริษัททัวร์

คุณครูผู้รับผิดชอบควรจัดทำข้อมูลเบื้องต้นของโครงการก่อนขอใบเสนอราคา เพื่อให้บริษัททัวร์สามารถออกแบบโปรแกรมและคำนวณราคาได้ตรงกับความต้องการของโรงเรียน

ข้อมูลที่ต้องกำหนด ได้แก่

  1. ประเทศและเมืองที่ต้องการเดินทาง
  2. ช่วงเดือนหรือวันที่ต้องการเดินทาง
  3. จำนวนวันเดินทาง
  4. ระดับชั้นของนักเรียน
  5. จำนวนผู้เดินทางโดยประมาณ
  6. จำนวนครูผู้ควบคุม
  7. วัตถุประสงค์ของโครงการ
  8. งบประมาณต่อคนที่ต้องการ
  9. กิจกรรมหลักที่ต้องการ เช่น เยี่ยมชมมหาวิทยาลัย เยี่ยมโรงเรียน เรียนภาษา ทำ Workshop แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม หรือศึกษาดูงาน
  10. มาตรฐานที่พักและอาหาร
  11. เงื่อนไขพิเศษของกลุ่ม

ตัวอย่างข้อมูลที่ส่งให้บริษัททัวร์ควรชัดเจนในลักษณะนี้

“โรงเรียนต้องการจัดโครงการทัศนศึกษาประเทศญี่ปุ่น ระยะเวลา 6 วัน 4 คืน ช่วงเดือนตุลาคม สำหรับนักเรียนระดับชั้น ม.4–ม.5 จำนวนประมาณ 30 คน และครูผู้ควบคุม 3 คน เน้นการเยี่ยมโรงเรียน การแลกเปลี่ยนกับนักเรียนญี่ปุ่น และการเรียนรู้ด้านวัฒนธรรม งบประมาณไม่เกิน 65,000 บาทต่อคน”

เมื่อข้อมูลตั้งต้นชัดเจน บริษัททัวร์แต่ละแห่งจะเสนอโปรแกรมภายใต้กรอบเดียวกัน ทำให้โรงเรียนเปรียบเทียบราคาและบริการได้ง่ายขึ้น


ขั้นตอนที่ 2 ขอโปรแกรมและใบเสนอราคาจากบริษัททัวร์

เมื่อกำหนดกรอบโครงการแล้ว โรงเรียนจึงเริ่มติดต่อบริษัททัวร์หรือผู้จัดโครงการ

เอกสารที่ควรขอจากบริษัท ได้แก่

  1. โปรแกรมการเดินทางฉบับเต็ม
  2. ใบเสนอราคา
  3. รายละเอียดสิ่งที่รวมในราคา
  4. รายละเอียดสิ่งที่ไม่รวมในราคา
  5. เงื่อนไขการชำระเงิน
  6. เงื่อนไขการยกเลิกและคืนเงิน
  7. จำนวนผู้เดินทางขั้นต่ำที่ใช้คำนวณราคา
  8. เงื่อนไขสำหรับครูผู้ควบคุม
  9. รายละเอียดประกันการเดินทาง
  10. ข้อมูลเที่ยวบินเบื้องต้น
  11. รายละเอียดที่พัก
  12. ข้อมูลบริษัทและเอกสารประกอบที่โรงเรียนต้องใช้

สิ่งสำคัญคือโรงเรียนต้องเปรียบเทียบ “ขอบเขตบริการ” ไม่ใช่เปรียบเทียบเฉพาะยอดรวมในใบเสนอราคา

ตัวอย่างเช่น ราคาที่ต่างกัน 3,000 บาทต่อคน อาจเกิดจากความแตกต่างเรื่องน้ำหนักกระเป๋า จำนวนมื้ออาหาร ระดับโรงแรม ค่าเข้าชม ประกันการเดินทาง หรือจำนวนครูที่รวมอยู่ในราคา

ก่อนเลือกบริษัท คุณครูควรทำตารางเปรียบเทียบอย่างน้อย 5 เรื่อง ได้แก่

  1. โปรแกรม
  2. ราคา
  3. สิ่งที่รวมและไม่รวม
  4. เงื่อนไขการชำระเงิน
  5. เงื่อนไขการยกเลิก

ขั้นตอนที่ 3 คัดเลือกบริษัทและจัดทำร่างโครงการ

เมื่อได้โปรแกรมและราคาที่เหมาะสมแล้ว คุณครูจึงนำข้อมูลมาจัดทำร่างโครงการของโรงเรียน

เอกสารชุดนี้ควรประกอบด้วย

  1. ชื่อโครงการ
  2. หลักการและเหตุผล
  3. วัตถุประสงค์
  4. กลุ่มเป้าหมาย
  5. จำนวนผู้เข้าร่วม
  6. ประเทศและสถานที่เดินทาง
  7. วันและระยะเวลาเดินทาง
  8. กำหนดการเดินทาง
  9. งบประมาณต่อคน
  10. งบประมาณรวม
  11. แหล่งที่มาของค่าใช้จ่าย
  12. รายชื่อหรือกรอบจำนวนครูผู้ควบคุม
  13. แผนการดูแลความปลอดภัย
  14. ผลที่คาดว่าจะได้รับ
  15. วิธีประเมินผลโครงการ

ในขั้นตอนนี้ โรงเรียนยังต้องกำหนดให้ชัดเจนว่า ค่าใช้จ่ายของโครงการมาจากแหล่งใด เช่น

  1. ผู้ปกครองเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย
  2. เงินรายได้สถานศึกษา
  3. เงินโครงการหรือเงินสนับสนุน
  4. ใช้หลายแหล่งร่วมกัน

เรื่องแหล่งที่มาของเงินต้องชัดเจนตั้งแต่ต้น เพราะมีผลโดยตรงต่อกระบวนการอนุมัติ การรับเงิน การจ่ายเงิน และเอกสารทางการเงินของโรงเรียน


ขั้นตอนที่ 4 เสนอโครงการขอความเห็นชอบภายในโรงเรียน

ก่อนเปิดรับสมัครอย่างเป็นทางการ คุณครูควรนำร่างโครงการเสนอผ่านสายงานของโรงเรียนตามโครงสร้างที่กำหนด

ลำดับโดยทั่วไป ได้แก่

  1. ครูผู้รับผิดชอบโครงการจัดทำร่าง
  2. เสนอหัวหน้ากลุ่มสาระ หัวหน้าโครงการ หรือหัวหน้างาน
  3. เสนอรองผู้อำนวยการฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
  4. เสนอผู้อำนวยการโรงเรียน
  5. ดำเนินการตามขั้นตอนด้านแผนงาน งบประมาณ การเงิน และพัสดุของโรงเรียน

เอกสารที่ควรเตรียมในขั้นตอนนี้ ได้แก่

  1. บันทึกข้อความเสนอขออนุมัติโครงการ
  2. โครงการฉบับเต็ม
  3. โปรแกรมการเดินทาง
  4. ใบเสนอราคา
  5. ตารางเปรียบเทียบราคาและบริการ
  6. ประมาณการรายรับ–รายจ่าย
  7. แผนการรับสมัคร
  8. แผนการจัดเก็บค่าใช้จ่าย
  9. แผนการดำเนินงานและ Timeline

ข้อสำคัญคือ คุณครูไม่ควรรับเงินจากผู้ปกครองก่อนที่โรงเรียนจะกำหนดวิธีการรับเงินอย่างเป็นทางการแล้วว่า ใครเป็นผู้รับเงิน รับเข้าบัญชีใด ออกหลักฐานการรับเงินอย่างไร และส่งต่อค่าใช้จ่ายให้ผู้ให้บริการอย่างไร


ขั้นตอนที่ 5 เปิดสำรวจความสนใจ ก่อนเปิดรับสมัครจริง

สำหรับทริปต่างประเทศที่มีค่าใช้จ่ายสูง โรงเรียนควรแยก “การสำรวจความสนใจ” ออกจาก “การสมัครจริง”

การสำรวจความสนใจมีเป้าหมายเพื่อตรวจสอบว่า จำนวนผู้สนใจมีโอกาสถึงจำนวนขั้นต่ำของทริปหรือไม่

เอกสารที่ใช้ ได้แก่

  1. หนังสือประชาสัมพันธ์โครงการเบื้องต้น
  2. โปรแกรมการเดินทาง
  3. ราคาประมาณการ
  4. แบบแสดงความสนใจ
  5. กำหนดวันปิดรับการสำรวจ

ในขั้นตอนนี้ควรใช้คำว่า “ราคาประมาณการ” หากยังไม่ได้ยืนยันราคาตั๋วเครื่องบินและบริการทั้งหมด

เมื่อจำนวนผู้สนใจถึงขั้นต่ำแล้ว โรงเรียนจึงเข้าสู่ขั้นตอนการเปิดรับสมัครอย่างเป็นทางการ


ขั้นตอนที่ 6 เปิดรับสมัครนักเรียนอย่างเป็นทางการ

เมื่อโครงการได้รับความเห็นชอบและจำนวนผู้สนใจเพียงพอแล้ว โรงเรียนจึงเปิดรับสมัครจริง

ชุดเอกสารสำหรับผู้ปกครองควรประกอบด้วย

  1. หนังสือประชาสัมพันธ์โครงการ
  2. รายละเอียดโครงการ
  3. โปรแกรมการเดินทาง
  4. ค่าใช้จ่ายต่อคน
  5. สิ่งที่รวมในราคา
  6. สิ่งที่ไม่รวมในราคา
  7. กำหนดการชำระเงิน
  8. เงื่อนไขการยกเลิก
  9. แบบฟอร์มสมัครเข้าร่วมโครงการ
  10. หนังสือยินยอมของผู้ปกครอง หรือ Parent Consent Form
  11. แบบฟอร์มข้อมูลสุขภาพ
  12. แบบฟอร์มข้อมูลฉุกเฉิน

ผู้ปกครองต้องได้รับข้อมูลครบถ้วนก่อนตัดสินใจสมัคร โดยเฉพาะเรื่องราคา กำหนดการชำระเงิน และค่าใช้จ่ายที่ไม่สามารถคืนได้หลังจากยืนยันบริการแล้ว


ขั้นตอนที่ 7 รับหนังสือยินยอมจากผู้ปกครอง

นักเรียนที่เข้าร่วมโครงการต้องมีหนังสือยินยอมจากผู้ปกครอง

Parent Consent Form ควรมีข้อมูลอย่างน้อย 4 ส่วน

ส่วนที่ 1 ข้อมูลการเดินทาง

  1. ชื่อโครงการ
  2. ประเทศปลายทาง
  3. วันเดินทาง
  4. ระยะเวลาเดินทาง
  5. ชื่อโรงเรียน

ส่วนที่ 2 การให้ความยินยอม

  1. ยินยอมให้นักเรียนเข้าร่วมโครงการ
  2. รับทราบโปรแกรมการเดินทาง
  3. รับทราบกฎระเบียบของโครงการ
  4. รับทราบเงื่อนไขการชำระเงินและการยกเลิก

ส่วนที่ 3 ข้อมูลสุขภาพ

  1. โรคประจำตัว
  2. ประวัติการแพ้ยา
  3. ประวัติการแพ้อาหาร
  4. ยาที่ใช้เป็นประจำ
  5. ข้อจำกัดด้านอาหาร
  6. ข้อมูลอื่นที่ครูควรทราบ

ส่วนที่ 4 การติดต่อกรณีฉุกเฉิน

  1. ชื่อผู้ปกครอง
  2. ความสัมพันธ์กับนักเรียน
  3. หมายเลขโทรศัพท์หลัก
  4. หมายเลขโทรศัพท์สำรอง

หากโรงเรียนต้องการใช้ภาพถ่ายหรือวิดีโอของนักเรียนเพื่อการประชาสัมพันธ์ ควรจัดทำการขอความยินยอมด้านการใช้ภาพแยกเป็นอีกหัวข้อหนึ่งอย่างชัดเจน


ขั้นตอนที่ 8 วางระบบการจัดเก็บค่าทริป

ก่อนรับชำระเงิน โรงเรียนต้องกำหนดระบบการเงินให้เสร็จเรียบร้อยก่อน

ต้องตอบคำถาม 5 ข้อนี้ให้ชัดเจน

  1. ผู้ปกครองชำระเงินให้ใคร
  2. ชำระเข้าบัญชีใด
  3. ใครเป็นผู้ออกหลักฐานการรับเงิน
  4. โรงเรียนชำระเงินให้บริษัททัวร์อย่างไร
  5. หากนักเรียนยกเลิก ใครเป็นผู้ดำเนินการคืนเงิน

จากนั้นจึงกำหนดตารางการชำระเงิน เช่น

งวดที่ 1: ค่ามัดจำเพื่อยืนยันการสมัคร

งวดที่ 2: ชำระหลังยืนยันจำนวนผู้เดินทางและบริการหลัก

งวดที่ 3: ชำระยอดคงเหลือก่อนเดินทาง

กำหนดชำระของผู้ปกครองต้องวางให้เร็วกว่ากำหนดที่โรงเรียนต้องชำระให้บริษัททัวร์ เพื่อให้มีเวลาตรวจสอบยอดเงินและติดตามผู้ที่ยังชำระไม่ครบ

ทุกครั้งที่รับเงินต้องมีหลักฐาน และคุณครูผู้รับผิดชอบควรมีตารางติดตามสถานะการชำระเงินของนักเรียนทุกคน

ตารางควรมีข้อมูล ได้แก่

  1. ชื่อนักเรียน
  2. ห้องเรียน
  3. ยอดที่ต้องชำระ
  4. ยอดงวดที่ 1
  5. ยอดงวดที่ 2
  6. ยอดงวดที่ 3
  7. ยอดคงเหลือ
  8. วันที่ชำระ
  9. หมายเหตุ

ขั้นตอนที่ 9 จัดทำเอกสารขออนุญาตพานักเรียนไปนอกราชอาณาจักร

เมื่อรายชื่อผู้เดินทาง โปรแกรม และข้อมูลโครงการมีความชัดเจนแล้ว โรงเรียนต้องจัดทำเอกสารตามระเบียบการพานักเรียนไปนอกสถานศึกษา และเสนอผ่านขั้นตอนของต้นสังกัด

ชุดเอกสารที่คุณครูควรเตรียม ได้แก่

  1. หนังสือนำส่งหรือหนังสือราชการเสนอขออนุญาต
  2. แบบคำขออนุญาตพานักเรียนไปนอกสถานศึกษา
  3. โครงการที่ได้รับอนุมัติ
  4. กำหนดการเดินทางโดยละเอียด
  5. รายชื่อนักเรียน
  6. รายชื่อครูและผู้ควบคุม
  7. หนังสือยินยอมจากผู้ปกครอง
  8. รายละเอียดเที่ยวบิน
  9. รายละเอียดที่พัก
  10. รายละเอียดพาหนะที่ใช้ระหว่างการเดินทาง
  11. ข้อมูลบริษัททัวร์หรือผู้จัดการเดินทาง
  12. รายละเอียดประกันการเดินทาง
  13. แผนดูแลความปลอดภัย
  14. รายชื่อและหมายเลขติดต่อฉุกเฉิน
  15. เอกสารอื่นตามที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากำหนด

โรงเรียนต้องตรวจสอบแบบฟอร์มล่าสุดกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่ตนสังกัดก่อนยื่นเรื่องทุกครั้ง

ไม่ควรรอให้เอกสารครบในช่วงใกล้วันเดินทางแล้วจึงเริ่มเสนอเรื่อง เพราะการเดินทางต่างประเทศมีเอกสารหลายชุดและเกี่ยวข้องกับหลายฝ่าย


ขั้นตอนที่ 10 รวบรวมเอกสารส่วนตัวของนักเรียน

หลังยืนยันรายชื่อแล้ว คุณครูควรจัดทำ Checklist รายบุคคลทันที

นักเรียนแต่ละคนต้องมีแฟ้มเอกสารประกอบด้วย

  1. สำเนาหนังสือเดินทาง
  2. Parent Consent Form ของโรงเรียน
  3. หนังสือยินยอมให้ผู้เยาว์เดินทางไปต่างประเทศที่รับรองโดยสำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอ
  4. แบบฟอร์มข้อมูลสุขภาพ
  5. ข้อมูลผู้ติดต่อฉุกเฉิน
  6. เอกสารประกอบการขอวีซ่า
  7. หลักฐานประกันการเดินทาง
  8. เอกสารเพิ่มเติมตามข้อกำหนดของประเทศปลายทาง

สิ่งแรกที่ต้องตรวจสอบคือวันหมดอายุของหนังสือเดินทาง เพราะหากหนังสือเดินทางมีอายุไม่เพียงพอตามข้อกำหนดของประเทศปลายทาง นักเรียนต้องทำเล่มใหม่ก่อนดำเนินการขั้นตอนต่อไป


ขั้นตอนที่ 11 จัดทำ Master List ของผู้เดินทาง

คุณครูผู้รับผิดชอบควรมี Master List กลางเพียงชุดเดียว เพื่อใช้ติดตามสถานะของนักเรียนทุกคน

ข้อมูลที่ควรมี ได้แก่

  1. ชื่อ–นามสกุลภาษาไทย
  2. ชื่อ–นามสกุลภาษาอังกฤษตามหนังสือเดินทาง
  3. วันเดือนปีเกิด
  4. หมายเลขหนังสือเดินทาง
  5. วันหมดอายุหนังสือเดินทาง
  6. สถานะการส่ง Consent Form
  7. สถานะเอกสารวีซ่า
  8. สถานะการชำระเงิน
  9. ข้อมูลสุขภาพ
  10. ข้อมูลการแพ้อาหาร
  11. เบอร์ติดต่อผู้ปกครอง
  12. หมายเหตุพิเศษ

Master List นี้จะช่วยลดปัญหาเรื่องข้อมูลตกหล่นและช่วยให้คุณครูเห็นทันทีว่านักเรียนคนใดยังขาดเอกสารหรือยังชำระเงินไม่ครบ


ขั้นตอนที่ 12 จัด Trip Orientation ก่อนเดินทาง

ประมาณ 2–4 สัปดาห์ก่อนเดินทาง โรงเรียนควรจัด Trip Orientation สำหรับนักเรียนและผู้ปกครอง

หัวข้อที่ต้องชี้แจง ได้แก่

  1. โปรแกรมการเดินทางฉบับสุดท้าย
  2. วัน เวลา และจุดนัดพบ
  3. ข้อมูลเที่ยวบิน
  4. น้ำหนักกระเป๋า
  5. เสื้อผ้าและของใช้ที่ต้องเตรียม
  6. สภาพอากาศ
  7. การใช้เงินและบัตร
  8. การใช้อินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์
  9. ยาประจำตัว
  10. กฎระเบียบของกลุ่ม
  11. ระบบ Buddy System
  12. วิธีการเช็กชื่อ
  13. เวลานัดหมายในแต่ละวัน
  14. การปฏิบัติตัวในโรงแรม
  15. การปฏิบัติตัวเมื่อพลัดหลง
  16. ขั้นตอนเมื่อเจ็บป่วยหรือเกิดเหตุฉุกเฉิน
  17. ช่องทางติดต่อครูผู้ควบคุม

หลัง Trip Orientation ควรส่งเอกสารสรุปให้ผู้ปกครองอีกครั้ง เพื่อให้ทุกฝ่ายมีข้อมูลชุดเดียวกัน


ขั้นตอนที่ 13 ตรวจเอกสารครั้งสุดท้ายก่อนเดินทาง

ก่อนวันเดินทาง คุณครูผู้รับผิดชอบต้องตรวจสอบเอกสารทั้งหมดอีกครั้ง

เอกสารประจำตัวนักเรียน

  1. หนังสือเดินทาง
  2. วีซ่า
  3. ประกันการเดินทาง
  4. หนังสือยินยอมจากผู้ปกครอง
  5. หนังสือยินยอมให้ผู้เยาว์เดินทางไปต่างประเทศที่รับรองโดยสำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอ

เอกสารของคณะ

  1. รายชื่อผู้เดินทาง
  2. สำเนาหนังสือเดินทาง
  3. รายละเอียดเที่ยวบิน
  4. รายละเอียดโรงแรม
  5. โปรแกรมการเดินทาง
  6. รายชื่อห้องพัก
  7. รายชื่อ Buddy
  8. เบอร์ติดต่อฉุกเฉิน
  9. ข้อมูลบริษัททัวร์
  10. ข้อมูลสถานทูตหรือสถานกงสุลไทยในประเทศปลายทาง

เอกสารด้านสุขภาพ

  1. รายชื่อนักเรียนที่มีโรคประจำตัว
  2. รายชื่อนักเรียนที่แพ้ยา
  3. รายชื่อนักเรียนที่แพ้อาหาร
  4. รายการยาประจำตัว
  5. ข้อมูลประกันการเดินทาง

คุณครูควรมีเอกสารสำคัญทั้งในรูปแบบกระดาษและไฟล์สำรอง โดยจำกัดการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลเฉพาะผู้ที่จำเป็นต้องใช้ในการดูแลนักเรียน


หากคุณครูมีแผนอยากพานักเรียนไปทัศนศึกษาต่างประเทศ ไม่ว่าจะมีประเทศในใจแล้ว กำลังมองหาโปรแกรมที่เหมาะกับนักเรียน หรือต้องการประเมินงบประมาณเบื้องต้น สามารถติดต่อ CBC Education เพื่อพูดคุยและขอคำปรึกษาได้เลยค่ะ

เราช่วยคุณครูวางแผนได้ตั้งแต่การออกแบบโปรแกรมให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโรงเรียน การประเมินงบประมาณและจำนวนผู้เดินทาง การจัดทำโปรแกรมและใบเสนอราคา ไปจนถึงการเตรียมข้อมูลและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการเดินทาง เพื่อให้คุณครูเห็นภาพรวมของโครงการและเริ่มวางแผนได้ง่ายขึ้น


Scroll to Top